Center for ASEAN Food Contact Materials Testing

  • English (United Kingdom)
  • Thai (ภาษาไทย)
You are here: Home ความเป็นมา เกี่ยวกับเรา

ความเป็นมา

อีเมล พิมพ์

ศูนย์เชี่ยวชาญด้านวัสดุสัมผัสอาหาร

รู้จักกับศูนย์เชี่ยวชาญด้านวัสดุสัมผัสอาหาร :

       การจัดตั้งศูนย์เชี่ยวชาญด้านวัสดุสัมผัสอาหาร กรมวิทยาศาสตร์บริการ ดำเนินการเพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียนในด้านมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ตอบสนองความต้องการทางด้านอุตสาหกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์ฯได้พัฒนาศักยภาพการทดสอบและเป็นผู้นำด้านกฎระเบียบของวัสดุสัมผัสอาหารของประเทศจนได้รับการมอบหมายจากกระทรวงพาณิชย์ให้ออกใบรับรองสินค้าให้กับผู้ประกอบการ ต่อมาประเทศในกลุ่มอาเซียนได้เห็นความสำคัญของความปลอดภัยในการใช้ภาชนะบรรจุอาหาร/วัสดุสัมผัสอาหารเพื่อความปลอดภัยของสินค้าอาหาร และได้มอบหมายให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการรวบรวมกฎระเบียบของภาชนะบรรจุอาหารในอาเซียน และในการประชุม คณะอนุกรรมการพิจารณาการดำเนินงานของคณะทำงานด้านผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปของอาเซียน (PFPWG) ของประเทศไทยซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ครั้งที่ 8-3/2553 วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ได้มีมติให้ประเทศไทยโดยกรมวิทยาศาสตร์บริการนำเสนอความพร้อมในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการอ้างอิงของอาเซียนด้านวัสดุสัมผัสอาหารในที่ประชุมของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพผลิตภัณฑ์อาเซียนคณะอาหารสำเร็จรูป (ASEAN Consultative Committee on Stand and Quality–Prepared Food Products Working Group, ACCSQ - PFPWG) ซึ่งในการประชุมครั้งที่ 11 ของ ACCSQ-PFPWG วันที่ 15-16 กรกฎาคม 2553 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ที่ประชุมมีมติให้ประเทศไทย โดยกรมวิทยาศาสตร์บริการจัดตั้งห้องปฏิบัติการอ้างอิงของอาเซียนด้านวัสดุสัมผัสอาหาร และเป็นผู้นำในการรวบรวมกฎระเบียบและมาตรฐานที่เกี่ยวกับวัสดุสัมผัสอาหารของประเทศสมาชิก เพื่อปรับให้เป็นแนวทางเดียวกัน ตลอดจนเป็นห้องปฏิบัติการกกลางในการตัดสินข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการทดสอบความปลอดภัยของวัสดุสัมผัสอาหารและการปนเปื้อนของอาหารอันเนื่องมาจากวัสดุสัมผัสอาหาร

ความสำคัญของศูนย์เชี่ยวชาญด้านวัสดุสัมผัสอาหารของอาเซียน :

       ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าอาหารไปยังตลาดโลกเป็นมูลค่ากว่าสามแสนล้านบาทต่อปี โดยส่งไปยังกลุ่มสหภาพยุโรปคิดเป็นมูลค่า 126,692.27 ล้านบาท (ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักปลัดกระทรวงพาณิชย์, 2010) และมีการส่งออกไปยังตลาดอาเซียนกว่าแสนล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานกว่าล้านคนถึงแม้ว่าผู้ประกอบการจะพยายามพัฒนาคุณภาพของอาหารให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค แต่ความปลอดภัยทางด้านอาหารเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะผลิตอาหารเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศได้  ผู้ประกอบการยังต้องเลือกภาชนะบรรจุที่เหมาะสม และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของภาชนะที่ใช้บรรจุอาหารอีกด้วย เนื่องจากเมื่อบรรจุอาหารในภาชนะที่บรรจุอาหารนั้น ภาชนะบรรจุอาหารอาจเกิดการทำปฏิกิริยาส่งผลให้สารที่เป็นส่วนประกอบของภาชนะบรรจุอาหารเคลื่อนย้ายมาสู่อาหาร ประกอบกับในปัจจุบันนี้ประเทศคู่ค้าได้ออกกฎระเบียบเกี่ยวกับภาชนะบรรจุและวัสดุที่สัมผัสอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสหภาพยุโรปให้ความสำคัญและเข้มงวดกับการตรวจสอบสารที่หลุดลอกจากวัสดุสัมผัสอาหารมาปนเปื้อนกับอาหารที่บรรจุ จึงได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของอาหาร รวมถึงวัสดุและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สัมผัสอาหาร เพื่อปกป้องความเสี่ยงทางกายภาพ ชีวภาพ และเคมีของบรรจุภัณฑ์หีบห่ออาหาร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของประเทศไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องทุกปี ทำให้สูญเสียรายได้ และส่งผลต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของอาหารไทยที่ไม่ได้มาตรฐานในต่างประเทศ

       ขณะนี้ผู้ประกอบการส่งออกอาหารในประเทศไทยมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการปนเปื้อนจากวัสดุสัมผัสอาหาร การใช้บรรจุภัณฑ์หรือวัสดุสัมผัสอาหารที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลให้อาหารนั้นไม่ปลอดภัย และไม่มีคุณภาพ ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า ทำให้เกิดการปฏิเสธสินค้า ซึ่งจะส่งผลเสียเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ ผู้ผลิต ผู้ใช้แรงงาน จนกระทั่งเกษตรกร ดังนั้น หน่วยงานของรัฐจึงจำเป็นต้องมีบทบาทและสนับสนุนเพื่อให้สินค้าอาหารนั้นได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัสดุสัมผัสอาหารหรือภาชนะบรรจุอาหารที่ใช้

       กรมวิทยาศาสตร์บริการมีความสามารถในการให้บริการทดสอบวัสดุสัมผัสอาหาร/ภาชนะบรรจุอาหารเป็นเวลานานกว่า 30 ปีสามารถให้บริการทดสอบความปลอดภัยของภาชนะบรรจุอาหารได้ตามความต้องการของประเทศคู่ค้าได้แก่ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เป็นต้น นอกจากนั้น ศูนย์ทดสอบวัสดุสัมผัสอาหารยังมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาวิธีทดสอบสารปนเปื้อนอันเนื่องมาจากภาชนะบรรจุอาหารให้ทันกับกฎระเบียบใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการ

วิสัยทัศน์ศูนย์วัสดุสัมผัสอาหาร :

       เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านวัสดุสัมผัสอาหารของอาเซียน

พันธกิจศูนย์วัสดุสัมผัสอาหาร :

  • พัฒนาวิธีทดสอบสารปนเปื้อนอันเนื่องมาจากวัสดุสัมผัสอาหารให้ทันกับการเปลี่ยนของกฎระเบียบของประเทศคู่ค้า
  • ออกใบรับรองสินค้าประเภทวัสดุสัมผัสอาหารให้กับผู้ประกอบการ
  • ศึกษาวิจัยเพื่อแก้ปัญหาการเสื่อมสภาพของอาหารสำเร็จรูปร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอาหารและภาครัฐ
  • ให้บริการวิเคราะห์ทดสอบวัสดุสัมผัสอาหารในระดับประเทศ

ภารกิจศูนย์การวิเคราะห์ที่เป็นสากล :

  1. ให้การฝึกอบรม ด้านการวิเคราะห์ทดสอบวัสดุสัมผัสอาหารและสารปนเปื้อนในอาหารสำเร็จรูปเนื่องมาจากวัสดุสัมผัสอาหารแก่ประเทศสมาชิกของอาเซียน
  2. เป็นแหล่งอ้างอิงด้านกฎระเบียบ มาตรฐาน ความปลอดภัยของวัสดุสัมผัสอาหาร วัสดุอ้างอิงที่ใช้ในการทดสอบวัสดุสัมผัสอาหารของอาเซียน
  3. เป็นผู้จัดกิจกรรมทดสอบความชำนาญหรือการเปรียบเทียบผลระหว่างห้องปฏิบัติการของอาเซียนและเอเชียแปซิฟิก
  4. สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เป้าหมายแนวทางการเนินงานของศูนย์เชี่ยวชาญด้านวัสดุสัมผัสอาหาร :

       เป็นศูนย์เชี่ยวชาญด้านวัสดุสัมผัสอาหารของประเทศที่ได้รับการยอมรับระดับอาเซียนในปี พ.ศ.2558

แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2012 เวลา 19:11 น. )